head-bantungfaek-min-1
วันที่ 20 กันยายน 2021 6:46 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านทุ่งแฝก
โรงเรียนบ้านทุ่งแฝก
หน้าหลัก » นานาสาระ » คลุ้มคลั่ง หากป่วยสามารถรักษาได้หรือไม่

คลุ้มคลั่ง หากป่วยสามารถรักษาได้หรือไม่

อัพเดทวันที่ 6 กันยายน 2021

คลุ้มคลั่ง

คลุ้มคลั่ง ในหลายกรณีของการรักษาภาวะคลุ้มคลั่ง ผู้ป่วย 80 เปอร์เซ็นต์ มีอาการกำเริบจากความเข้าใจผิดของแนวคิด หากไม่เข้าใจอาการของโรคจิตอย่างถูกต้อง เพราะหลายคนกลัวผลข้างเคียงจากยาตะวันตกมากขึ้น เมื่อไปโรงพยาบาลทั่วไป ไม่อยากไปหาหมอจิตเวช เปลี่ยนแพทย์บ่อยและเปลี่ยนยา คลินิกบางสาขารักษาให้หายขาด การหยุดยาทันทีและลดยานำไปสู่การเจ็บป่วยซ้ำๆ

สำหรับอาการป่วยทางจิต ถ้าวิธีการรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยทางจิตจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เลือกโรงพยาบาลจิตเวชมืออาชีพ และเลือกวิธีการรักษาที่ได้ผลที่สุด เพื่อรักษาอาการป่วยทางจิตได้อย่างสมบูรณ์ สาเหตุของภาวะคลุ้มคลั่ง ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางกายภาพ ลักษณะสำคัญของบุคลิกภาพตามวัฏจักร ได้แก่ การสื่อสารที่ดี ความร่าเริง มีความสนใจกว้างไกล คล่องแคล่ว กระตือรือร้น มองโลกในแง่ดีง่าย และวิตกกังวลและเศร้าโศกได้ง่าย

ผู้ป่วยที่มีกระดูกเมโซเดิร์ม กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ที่มีรูปร่างเพรียวบางและบอบบาง การทำงานและเมแทบอลิซึมของประสาทส่วนกลางนั้นผิดปกติ ระบบประสาทส่วนกลางจะเกิดความผิดปกติ ระบบเซโรโทนินส่วนกลางทำงานผิดปกติ สมมติฐานของความผิดปกติของการเผาผลาญเอมีนหลายชนิด ความผิดปกติของระบบประสาท

ปัจจัยทางจิต การเริ่มต้นของโรคจิตเภทรวมถึงภาวะคลุ้มคลั่ง อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าทางจิต แต่ถือได้ว่า เป็นปัจจัยกระตุ้นเท่านั้น อาการของภาวะคลุ้มคลั่ง ส่งผลต่ออารมณ์สูง หากรู้สึกดีกับตัวเองเช่น รู้สึกว่าจิตใจมีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ หรือร่างกายแข็งแรงเป็นพิเศษ หรือมีพลังมากขึ้น

ส่งผลให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว หากความคิดเห็นของตัวเองไม่ได้รับอย่างถูกต้อง มักกลายเป็นคนโกรธเคืองได้ง่าย หรือแม้กระทั่งทำร้ายผู้คน และทำลายสิ่งของ แต่ในบางครั้ง พวกเขาก็ทำตัวสบายๆ และพึงพอใจกับอาการแบบนี้ การคิดแบบเร่งรัด หรือการเชื่อมโยงกันเร็วขึ้น ซึ่งมีแนวคิดไม่แน่นอน หรือความเร็วของการพูดที่มีสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถทันกับความเร็วของกิจกรรมการคิด ไม่ใส่ใจ ไม่ยั่งยืน หรือเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท

ผู้ป่วยมักประเมินตนเองสูงเกินไปหรือเกินจริง รวมถึงสติปัญญาที่เหนือกว่า ความสามารถ สุขภาพ สถานะและเงิน รวมถึงความหยิ่งทะนง สามารถเข้าถึงระดับของภาพลวงตาได้ การเคลื่อนไหวของคำพูดที่เพิ่มขึ้น การพูดมากกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการนอนน้อยลง หากไม่มีความรู้สึกเมื่อยล้า ก็จะเกิดอาการกระฉับกระเฉง

หลังจากอาการคลุ้มคลั่งหายไป ไม่มีอาการหลงผิด หรือภาพหลอนที่ไม่สอดคล้องกับอาการทางอารมณ์ ไม่มีพฤติกรรมแปลกๆ และอาการทางประสาท วิธีป้องกันภาวะคลุ้มคลั่ง สำหรับผู้ที่ไม่พอใจมากขึ้น พยายามกินอาหารทอดให้น้อยลงที่ทำให้คนหงุดหงิด อาหารเหล่านี้ สามารถทำให้ผู้คนมีอารมณ์ หรือแม้กระทั่งทำให้เกิดภาวะคลุ้มคลั่งได้ง่าย

รักษาอารมณ์ในแง่ดีและร่าเริง การรักษาอารมณ์ที่ร่าเริงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสามารถทำให้ผู้คนคิดบวก และลดความน่าจะเป็นของการระบาด ของอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากได้สัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้น หลังอาหารเช้าและเย็นสามารถไปที่สวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่มีพื้นที่สีเขียว ให้เดินเล่นรอบๆ ได้ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายจิตวิญญาณของมนุษย์ เพราะมีผลในการป้องกันภาวะคลุ้มคลั่งได้ดี

เพราะความคลั่งไคล้เป็นโรคจิตทางอารมณ์ โดยเฉพาะความตื่นเต้น รวมถึงอารมณ์ที่เพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวของคำพูดที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมทางจิตแบบไฮโปมานิกมีความสมบูรณ์ และเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความกระตือ รือร้น ความสุภาพ ความสามารถที่เพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งการนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อ”คลุ้มคลั่ง”หนักขึ้น ก็จะเกิดความผิดปกติทางพฤติกรรม

เนื่องจากไม่สามารถทำงานประจำวันให้เสร็จได้ หรือแม้แต่ความหุนหันพลันแล่น หากเกิดภาวะคลุ้มคลั่ง ผู้ป่วยควรถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาล การบำบัดด้วยอาหารภาวะคลุ้มคลั่ง สามารถรับประทานมะระขี้นก ส่วนผสมคือ มะระ 300 กรัมและหมูติดมัน 150 กรัม วิธีการเตรียมคือ ฉีกมะระขี้นก จากนั้นเติมน้ำให้เดือดเร็ว หั่นหมูไม่ติดมัน แล้วนำไปทอดในน้ำมัน จากนั้นนำมะระผัดแล้วปรุงรส การใช้งานเป็นประจำ สามารถปรับปรุงอาการของอารมณ์ได้

ลดอาการหงุดหงิด หรือการทำลายสิ่งต่างๆ ได้ง่าย การใช้ดอกบัวและพุทรา ส่วนผสมคือ ดอกบัว 3 กรัม พุทรา 10 เม็ด วิธีการเตรียมมีดังนี้ สามารถใช้ดอกบัวกับพุทรารวมกัน โดยใช้วันละครั้งหลังอาหาร ยามีผลในการเติมพลังแก่ระบบโลหิต ทำให้หัวใจและสงบประสาท การใช้ผู้ป่วยเป็นประจำ สามารถปรับปรุงความวิตกกังวลทางอารมณ์ ความหงุดหงิดได้

หมูสามชั้นผัด ส่วนผสมประกอบด้วย หัวใจหมู เก๋ากี่ 150 ถึง 200 กรัม วิธีการเตรียมมีดังนี้ ล้างหัวใจหมูและเก๋ากี่ ผัดกับน้ำมันถั่วลิสงตามวิธีการเสิร์ฟตามปกติ หัวใจหมูผัด ซึ่งมีผลในการบำรุงปราณและเลือด ช่วยบำรุงหัวใจและไต ผู้ป่วยมักใช้เพื่อรักษาอาการหงุดหงิด หากเกิดกระสับกระส่าย หรือนอนหลับไม่สนิท

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ  ➠  น้ำหนัก คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสำหรับการลดน้ำหนัก

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4